จังหวัดในเขตอันดามัน คือ ภูเก็ต,พังงา,กระบี่ จะมีเพียง 2 ฤดูเท่านั้น คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ เดือน พฤศจิกายน ถึงเดือน เมษายน ส่วนฤดูฝน จะเริ่มตั้งแต่เดือน พฤษภาคม ถึงเดือน ตุลาคม เฉลี่ย ฤดูล่ะ 6 เดือน ฤดูร้อนเรียกว่า ไฮน์ซีซั่น ฤดูฝน เรียกว่า โลว์ซีซั่น
นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจังหวัดภูเก็ต ในหน้าฝน จะชอบไปเที่ยวทัวร์ป่า ไม่ไปทะเลเพราะคลื่นลมแรง ส่วนพวกที่มาหน้าร้อน จะชอบไปทะเล อาบแดด เล่นน้ำ เพราะต้องการให้ผิวเป็นสีแทน
นายชำนาญ ณ.อันดามัน ที่ทำมาหากินกับนักท่องเที่ยว จึงต้องทำตัวเป็นสัตว์ ครึ่งบก ครึ่งน้ำ คือหน้าร้อนพานักท่องเที่ยว ลงทะเลไปเกาะ แต่พอหน้าฝน พานักท่องเที่ยวไปเข้าป่า ขึ้นเขา
หน้าร้อนปีนี้ นายชำนาญ ขายทัวร์อยู่ที่ หาดลายัน เหมือนทุกปี ขายเองเป็นไกด์เอง พาไปเองบ้าง ขายแล้วส่งให้บริษัทอื่นบ้าง (ส่วนใหญ่ส่งให้บริษัทอื่น) ถ้าไปเอง รายได้อาจจะไม่คุ้ม กับการเสียเวลาไปทั้งวัน (คิดแบบนักธุรกิจพันล้านเปี๊ยบ) เอ้า ชักแม่น้ำทั้งห้าอยู่ได้เข้าเรื่องได้แล้ว..! OK.ได้เลยครับผม
ว่าแล้วก็ มีฝรั่งผู้ดี อังกฤษ คู่หนึ่ง ผู้หญิงชื่อ มาดามซูซาน มาซื้อบ้านหลังล่ะ 50 ล้านบาทอยู่แถวๆหาดลายันนี่แหละ หลายปีมาแล้ว (ผมไม่รู้ว่ากี่ปีแน่) เห็นแกมาอาบแดดเล่นน้ำที่หาดลายันทุกปี และมาอยู่ครั้งล่ะ เดือน สองเดือน ค่อนข้างจะรู้มาก เขี้ยวลากดิน พูดไทยได้นิดหน่อย ซื้อของทุกอย่าง จะต้องมีการต่อ รองราคา ขอให้ได้ลดนิดๆ หน่อยๆ ก็พอใจ
ปีนี้แกมีเพื่อนมาด้วยอีก 2 คู่ รู้สึกว่าจะมาภูเก็ตเป็นครั้งแรก พากันมา เล่นน้ำ อาบแดด ดื่มกิน กันที่หาดลายัน เกือบทุกวัน และวันนี้ (23กุมภาฯ53) มาดาม ซูซาน เดินมาหาผมที่โรงขายทัวร์บอกว่าจะพาเพื่อนไปเที่ยวเกาะพีพี.ให้ผมนำเสนอตัวเลือกและราคา ผมแนะนำไปว่า ถ้าซื้อโปรแกรม(Program)ไปกับเรือใหญ่(Cruise)บรรทุกนักท่องเที่ยวได้ 200 กว่าคน ออกจากท่าเรือภูเก็ต ถึงเกาะพีพี.ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 45 นาที ราคาคนล่ะ 1,500 บาท รวมรถรับ-ส่ง จากที่พัก-ท่าเรือ อาหารกลางวัน ผลไม้ เครื่องดื่ม และ ถ้าซื้อโปรแกรม เรือเร็ว(Speed Boat) 25 ที่นั่ง ออกจาก ท่าเรือยอช์ทภูเก็ต(Marina) ถึงเกาะพีพี.ใช้เวลา 1 ชั่วโมง คนล่ะ 3,000 บาท รวมรถรับ-ส่ง จากที่พัก-ท่าเรือ อาหารกลางวัน ผลไม้ และเครื่องดื่ม
พอแกฟังจบ ก็ส่ายหน้าเป็นพัดลมเลย ทีเดียว แล้วพูดว่า ไม่ไหวคนเยอะไม่ชอบ มีทางเลือกอย่างอื่นหรือไม่? แฮ่..เริ่มเข้าทางแล้วล่ะครับ ท่านผู้ชม ผมบอกว่า ถ้า ยังงั้น ยู ก็ต้องเหมาเรือเร็ว ไปเป็นการส่วนตัวสิ(Private) ไม่ต้องวุ่นวายกับคนอื่น จะไปตอนไหน ก็ได้ จะกลับตอนไหน ก็ได้ จะหยุดที่ไหน และนานเท่าไหร่ ก็ได้ จะดื่มไวน์ ดื่มเบียร์ ในเรือให้เมาตีลังกา ก็ย่อม ทำได้ แต่ว่า จากที่พักไปท่าเรือต้องขับรถไปเอง อาหารกลางวันที่ เกาะพีพี. ต้องหากินเอง ค่าอุทยาน ที่อ่าว มาหยา คนล่ะ 200 บาท ต้องจ่ายเอง และยู จะต้องจ่ายค่าไกด์ด้วย มาดาม ซูซาน นิ่งคิดนิดหนึ่ง แล้วบอกผมว่า ก็น่าสนใจดี ว่าแต่ว่า ไอ จะต้องจ่ายเท่าไหร่? ผมบอกราคาค่าเช่าเรือ (ซึ่งผมขอสงวนสิทธิ์ไม่เล่าให้ฟัง น่ะครับ เพราะเป็นความลับระดับชาติ แฮ่.) แหม่มได้ยินราคาแล้วพูดภาษาไทยเป็นเลยครับ “โอ มาย ก๊อด แพงมากๆ” แล้วพูด อังกฤษอีก “ลดอีกได้ มั๊ย” ผมตอบว่า ผมจะโทรไปคุยกับเจ้าของเรือ ดูก่อนเผื่อเขาลดให้ได้ (ความจริงค่าเรือลดไม่ได้ที่จะลดคือกำไรของผม) มาดามซูซาน ตอบว่า โอ.เค.ถ้ายู หาข้อสรุปได้แล้ว ตามไปคุยกันที่โต๊ะ ในร้านอาหาร น่ะ ผมบอก อีก 10 นาที จะตามไป
ผมแกล้งทำเป็นกดเบอร์โทรศัพท์ มั่วๆ และรีรออยู่ประมาณ 5 นาที แล้วเดินไปหา มาดาม ที่โต๊ะอาหาร ซึ่งพวกเขานั่งดื่มไวน์กันอยู่พร้อมหน้าทั้ง 6 คน ตอนนี้แหละครับท่านผู้ชม ที่ผมจะต้องสวมวิญญาณ นักล่าค่าหัว(ทัวร์)มาใช้ มีกึ๋นเท่าไหร่ งัดเอาออกมาหมด หลังจากที่ชิงไหว ชิงพริบกันจนผมหืดขึ้นคอ ก็ตกลงกันได้ในราคา ที่พวกเขาพอใจ ที่จะจ่าย ส่วนผม บวก ลบ คูณ หาร แล้ว พอใจกับส่วนต่าง ที่จะได้รับ และบวกกับค่าแรงไกด์ อีกต่างหาก
สรุปว่า พวกเขาจะขับรถมารับผม ที่โรงขายทัวร์ เวลา 08:30 เช้าของวันที่ 24 กุมภาฯซึ่งเป็นวันรุ่งขึ้น
และตอนนี้ ผมเรียกเก็บมัดจำก่อน 20% ถ้าเขาเปลี่ยนใจ ไม่ไป ผมก็ริบมัดจำตามธรรมเนียมปฏิบัติ
รวบรัดตัดความ 08:20 เช้า วันที่ 24 กุมภาฯ พวกเขาขับรถ ฟอร์จูนเนอร์ มาจอด ที่หน้าโรงขายทัวร์เพื่อรับผมตามนัด (ฝรั่งจะตรงต่อเวลาเสมอ ถ้าเป็นคนไทย นัด แปดโมงครึ่ง โน่น เก้าโมงครึ่งถึงจะมา) ผมเองพร้อมอยู่แล้ว เขาให้ผมนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับ(สามี มาดามซูซาน) ในถานะ ไกด์ เพื่อบอกทางไป ท่าเรือ
เราถึงท่าเรือ ยอช์ท Boat Lagoon Marina เก้าโมงตรง จอดรถไว้ที่ บริษัท ที่ผมจองเรือ และจ่ายค่าเช่าเรือส่วนที่เหลือจากมัดจำ เสร็จเรียบร้อย เราไปที่ท่าเทียบเรือ
ที่ท่าเรือ ทางบริษัทจัดเตรียมเรือตามที่ ผมโทรจองไว้เมื่อวาน จอดรออยู่แล้ว พร้อมคนขับและเด็กเรือ เป็นเรือ สปีดโบ๊ท (Speed Boat) ไม่เก่า ไม่ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ยามาฮ่า 2 เครื่อง เครื่องล่ะ 200 แรงม้า บรรทุกผู้โดยสารได้ไม่เกิน 25 คน ไปเกาะพี พี ใช้เวลาชั่วโมงเดียว บริษัททัวร์ ทั่วไป ส่วนใหญ่ ก็ใช้กันขนาดนี้
ทำการทักทาย แนะนำตัวกันตามธรรมเนียม ทุกคนลงเรือ คนขับพาเรือออกจากท่า ประมาณ 9 โมง 15 นาที

กำลังออกจาก Marina
—————————
เรือแล่นออกมาพอถึงปากร่องน้ำ ก็เจอกับ เรือเจ้าท่า ที่กำลังเรียกเรือทัวร์เข้าไปเทียบทีล่ะลำ คนขับเรือบอกผมว่า อาทิตย์นี้ เจ้าท่ามาดักตรวจเรือ 3 ครั้งแล้ว เป็นการเรียกตรวจ ทะเบียนเรือ และใบนายท้ายเรือ ถ้าไม่มีใบอนุญาตหรือใบอนุญาต หมดอายุ ก็จะถูกเปรียบเทียบปรับ ถ้าเสียค่าปรับที่นั่น โดยไม่มีใบเสร็จ ก็ พันห้าหรือสองพัน แต่ถ้าต้องการใบเสร็จก็ต้องไปเสียค่าปรับที่สำนักงานซึ่งอยู่บนฝั่ง และต้องจ่ายค่าปรับเพิ่มขึ้นเป็น สามพัน ถึง ห้าพัน ผมฟังดูแล้วก็เหมือนที่ตำรวจ ตั้งด่านตรวจบนถนนนั่นแหละ แต่ในทะเล ปรับกันโหดกว่าบนบกหลายเท่า มันเป็นสูตรสำเร็จของคนพวกนี้ ลักษณะแบบนี้ ฝรั่งพูดว่า Money Talk

เรือเจ้าท่า ที่ปากร่องน้ำ
————————–
เราเสียเวลาให้เจ้าหน้าที่พวกนั้นตรวจเอกสาร ประมาณ 15 นาที จึงได้ออกจากที่นั่น คนขับตั้งลำเบนหัวเรือมุ่งตรงไป อ่าวมาหยา เกาะพีพีเล ตามโปรแกรมที่ผมบอกคนขับไว้
อ่าวมาหยา มีชื่อเสียงมาจาก ภาพยนตร์ เรื่อง เดอะบีช “The Beach” ที่มี ลีโอนาโด เดอร์คาปริโอ แสดงนำ เมื่อหลายปีมาแล้ว เหมือนเขา ตะปู ใน อ่าวพังงา ที่เป็นฉากหนัง เรื่อง เจมส์บอนด์ ตอน “The man with the golden gun”หลังจากนั้น นักท่องเที่ยว รู้จัก และ เรียกกันว่า “เจมส์บอนด์ ไอแลนด์” ตลอดมา

อ่าวมาหยา Maya Beach
—————————
เราถึงอ่าวมาหยา 10 โมงครึ่ง พอดี ในอ่าว มีเรือนำเที่ยว ชนิดต่างๆ ทั้งเล็ก ใหญ่ คลาคล่ำ เต็มไปหมด บนหาด ก็เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว เดินกันยั้วเยี้ย ผมถามลูกทัวร์ว่า จะขึ้นหาดหรือไม่? ถ้าขึ้นจะต้องจ่ายค่าขึ้นเกาะ ให้กับเจ้าหน้าที่อุทยาน ที่อยู่บนนั้น คนล่ะ 200 บาท พวกเขาปรึกษา หารือกัน แล้วบอกผมว่า ไม่ขึ้น เพราะคนเยอะ ให้ผมพาไปเล่นน้ำที่อื่น ผมตอบ โอ.เค.แล้วบอกให้คนขับเรือพาไป อ่าว โล๊ะซาม๊ะ ซึ่งอยู่ทางทิศ ตะวันออกของ เกาะ พีพีเล

อ่าวมาหยา คับคั่งด้วยเรือนำเที่ยว
———————————–
ไม่ถึง 10 นาที เราก็เข้ามาอยู่ในอ่าว โล๊ะซาม๊ะ น้ำกำลังลงพอดี มองเห็นหิน ปะการังและปลาต่างๆ ใต้ผิวน้ำได้ชัดเจน เรือและนักท่องเที่ยว ไม่มาก ส่วนใหญ่ขับวนเข้ามาแล้วออกไป ลูกทัวร์ของผมพอใจมาก ขอลงเล่นน้ำ คนขับเรือ บอกให้ลูกน้องทิ้งสมอทันที ผมบอกลูกทัวร์ ว่าตรงนี้น้ำลึกประมาณ 8 เมตร พวกเขากระโดดลงน้ำทันทีเหมือนกัน

อ่าว โล๊ะซาม๊ะ
————————–
ผมปล่อยให้เล่นน้ำเกือบ 20 นาที จึงเรียกขึ้นเรือ แล้วเสิร์ฟ ผลไม้ ที่ลูกเรือจัดเตรียมไว้ แล้วบอกคนขับให้พาไป ถ้ำไวกิ้ง เป็นถ้ำที่นกนางแอ่นทะเล เข้าไปทำรังอยู่ในนั้น และมี บริษัท สัมปทาน กับรัฐบาล เพื่อเก็บรังนก เมื่อสิบกว่าปีก่อน ไกด์ สามารถพาลูกทัวร์ ขึ้นไปดูได้ แต่เดี๋ยวนี้เขาไม่อนุญาต ให้ขึ้น ทำได้แค่ลอยเรือ อยู่หน้าถ้ำเพื่อถ่ายรูปเท่านั้น อาจจะเป็นเพราะว่า รังนกนางแอ่น เกรดเอ ราคา กิโลกรัมล่ะหลายแสนบาท ก็เป็นได้

ถ้ำ ไวกิ้ง เกาะพีพีเล
———————–
ผมโม้ เรื่องถ้ำไวกิ้ง ให้ลูกทัวร์ฟังตามตำรา พอหอมปาก หอมคอ ซึ่งผมเอง ก็ไม่รู้ว่า จริงเท็จ แค่ไหน ยังไง เขาว่ามายังไง ผมก็ว่าไปยังงั้น
มีมาดามคนหนึ่ง ทะลึ่งถามขึ้นมาว่า ถ้ำนี้น่าจะเกิดจากภูเขาไฟใต้ทะเลระเบิด ยู รู้มั๊ย ว่าเมื่อไหร่? แหม่มเล่นงานผมเข้าแล้วสิ. ผมรึ จะยอมเสียชื่อ ฉายา ณ.อันดามัน ผมตอบทันทีว่า ประมาณ 200 ล้านปีมาแล้ว แค่นั้นแหละครับ ฝรั่ง ฮากันครืน ยกหัวแม่โป้งให้ผม แล้วพูดว่า “You are very good guide”
ผมบอกคนขับให้พาไปที่แนวดำน้ำดู ปะการัง หน้าอ่าวต้นไทร เกาะพีพีดอน ลูกเรือ จัดเตรียม หน้ากากดำน้ำ ท่อหายใจ(Snorkel) ให้ลูกทัวร์ คนล่ะชุด พวกเขาไม่ต้องการเสื้อชูชีพ และตีนกบ ลูกทัวร์ของผมชุดนี้ ว่ายน้ำแข็งทุกคน ทั้งที่อายุมากแล้ว

แนวปะการัง หน้าอ่าวต้นไทร
——————————–
ผมปล่อยให้ว่ายน้ำดูปะการัง ประมาณ 20 นาที จึงเรียกขึ้นเรือ ขณะนั้นเวลาเที่ยงวันพอดี ผมถามพวกเขาว่าจะกินอาหารเที่ยงกันกี่โมง? เขาบอกว่าบ่ายโมง ผมบอกเขาว่า เรามีเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงเราจะไปที่อ่าวต้นไทรกัน ใครจะขึ้นไปเดินเล่น หาซื้อของที่ระลึก หรือใครพอใจจะนั่งดื่มอยู่ในเรือ ก็ได้ตามอัธยาศัย ทุกคนตอบ OK.

อ่าวต้นไทร
———————–
ไม่กี่นาทีต่อมา เรือก็มาจอดที่ชายหาดอ่าวต้นไทร หน้าโรงแรม พีพีคาบาน่า ลูกทัวร์ของผม เริ่มจัดการกับเบียร์บ้าง ยีนโทนิค บ้าง ที่จัดเตรียม มาจากภูเก็ต ส่วนผมบอกกับพวกเขาว่า จะขึ้นไปที่ร้านอาหาร ที่มองเห็นอยู่ใกล้ๆ เพื่อสำรองโต๊ะอาหารไว้ให้ แล้วพบกันที่นั่น ตอนบ่ายโมงตรง แล้วผมก็โบกมือ บ๊าย บาย see you.

ท่าเทียบเรือ อ่าวต้นไทร เกาะพีพีดอน
—————————————-
ก่อนถึงร้านอาหาร ผมแวะเข้าห้องน้ำ ที่อยู่ติดกัน จ่ายค่าบริการไป 20 บาท ไม่ผิดครับ ถ้าท่านผู้อ่านมีโอกาส ไปเที่ยวเกาะพีพี และจำเป็นจะต้องใช้ห้องน้ำ ต้องเสียค่าบริการ ครั้งล่ะ 20 บาทน่ะครับ อย่าตกใจ จนขี้หด ตดหาย ก็แล้วกัน
ออกจากห้องน้ำ ผมตรงไปร้านอาหาร บอกกับพนักงาน ว่าจองโต๊ะใว้ให้แขก 6 ที่ จะเข้ามาตอนบ่ายโมง สำหรับอาหาร แขกจะมาสั่งเองและจ่ายเอง ส่วนผมสั่งข้าวผัดซีฟู๊ด ให้กับตัวเองก่อนหนึ่งจาน รู้สึกหิวมาก เพราะยังไม่ได้กินข้าวเช้ามา
กินเสร็จ เช็คบิล ราคา 150 บาทครับ ที่โรงแรม พีพีคาบาน่า ไม่มีนโยบาย ให้ไกด์ กินฟรี และผมก็ไม่มีนโยบาย จะให้แขกจ่ายให้ด้วย ผมจึงต้องจ่ายเองครับ

ช๊อปปิ้ง ถนนหน้าโรงแรม พีพี คาบาน่า
—————————————-
บ่ายโมงตรง ลูกทัวร์ของผมก็เข้ามาพร้อมกันที่ โต๊ะอาหาร ผมดูแลจนพวกเขาเริ่มกินอาหารกัน จึงขอตัวไปรอที่เรือ จนกระทั่ง บ่าย 2 โมง ทุกคนพร้อมอยู่บนเรือ ผมเริ่มขายยาต่อ ว่าจะพาไปดูลิง ที่หาดลิง (Monkey Beach) แหม่มคนเดิม ถามผมว่า ลิงพวกนั้นมาจากไหน ในเมื่อรอบๆเกาะ มีแต่ทะเล ผมยังไม่ทันได้ตอบ สามีแกตอบแทนผมขึ้นมาว่า ลิงพวกนั้นเกิดขึ้น หลังจากภูเขาไฟใต้ทะเล ระเบิดเมื่อ 200 ล้านปีมาแล้ว ฮากันครืนอีกครั้ง ผมเองยังกลั้นไม่อยู่ ตัวแหม่มเจ้าของคำถาม ค้อนผัว ควั๊บ ทำหน้าหงิกเชียว เอ้อ..ฝรั่ง นี่ค้อนเป็นเหมือนกันน่ะ

Monkey Beach
——————————-
เวลาประมาณ บ่ายสองครึ่ง เราออกจากหาดลิง โบกมือลาเกาะพีพี ตัดตรงไปเกาะไข่ใน เพื่อเล่นน้ำ เป็นจุดสุดท้าย ของทริ๊ป ก่อนกลับภูเก็ต

เกาะไข่ใน
————————
40 นาที ต่อมาเรือถอยหลังจอดเกยหาดที่เกาะไข่ใน เพื่อให้ลูกทัวร์ ลงเล่นน้ำ ขณะเวลานั้นเรือและนักท่องเที่ยวเยอะมาก จนผมมั่นใจว่าลูกทัวร์ผม คงอยู่ไม่นานแน่ และก็จริงดังคาด ไม่เกิน 10 นาที พวกเขาทยอยกลับมาขึ้นเรือ เราเสิร์ฟ ผลไม้เป็นของว่างอีกครั้ง และให้พวกเขานั่งเล่น อาบแดด อยู่ในเรือ อีก 15 นาที ผมบอกให้คนขับออกเรือ มุ่งหน้าเข้าหา Boat Lagoon Marina Phuket

โฉมหน้า ลูกทัวร์ ทริ๊ปนี้
—————————
ก่อนเรือเทียบท่า มีลูกทัวร์คนหนึ่งกระซิบถามผมว่า เขาจะให้ทิ๊ป คนเรือ คนล่ะเท่าไหร่ดี ผมบอกไปว่า แล้วแต่ความพอใจของคุณ แต่ไม่ควรต่ำกว่า คนล่ะ 500 บาท
เมื่อเรือเทียบท่าเรียบร้อย ขึ้นจากเรือครบทุกคน มีการกล่าวขอบคุณและจับมืออำลา ผมเห็นในมือคนเรือ มีแบงค์ สีม่วงคนล่ะใบ
และแล้ว เราก็มาขึ้นรถออกจากท่าเรือ เวลา สี่โมง สี่สิบ กลับหาดลายัน ความจริงวันนี้ ผมมีแขกบุ๊ค ไปตกปลาที่ เกาะแวก ตอนห้าโมงเย็น อีกหนึ่งชุด ถ้าผมกลับไปทัน ก็คงได้อีก หนึ่งเด้ง แต่เมื่อเขามาส่งผมที่หาด พวกตกปลาก็ออกไปแล้ว
มีการกล่าวขอบคุณ และ อำลากันตามธรรมเนียม พร้อมกับยัดม้วนกลมๆ ใส่มือผมมาด้วย เมื่อพวกเขากลับไปแล้ว ผมคลี่ออกดู พันห้า สำหรับ ทิ๊ป ก็ไม่เลว สำหรับ Private Speed Boat วันนี้.
ความคิดเห็นของผู้มาเยือน